search

ข้อมูลตลาด เมื่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คำราม

ด้วยการรวมตัวกันของบรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ทำให้ขนาดเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลกในปี 2016 และคาดว่าจะขยับขึ้นเป็นอันดับ 4 ในปี 2050

โอกาสทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่

ในฐานะหนึ่งในกลุ่มเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลก กลุ่ม SEA มีผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของทุกประเทศโดยมูลค่าถึง 2.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2016 โอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจนั้นมาจากทรัพยากรทางธรรมชาติอันล้นเหลือ ตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อันดี และการเพิ่มจำนวนขึ้นของแรงงานที่ได้รับการศึกษาสูงขึ้น

SEA มีจำนวนแรงงานมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก ด้วยจำนวน 630 ล้านคนรองมาจากจีนและอินเดีย สร้างให้เกิดโอกาสทางตลาดที่ใหญ่กว่าสหภาพยุโรป (EU) หรืออเมริกาเหนือ กลุ่มชนชั้นกลางถูกคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวถึง 400 ล้านคน ในช่วงปี 2012 – 2020 ทำให้ภูมิภาคนี้กลายเป็นตลาดที่น่าดึงดูดมากที่สุดสำหรับผู้บริโภคครั้งแรก (First-time consumers)

การค้าเสรี

ความก้าวหน้าทางการค้าและการเมืองถูกสร้างขึ้นจากการรวมตัวของ 10 ประเทศภายใต้ Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) เพื่อเร่งให้เกิดการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและการค้าเสรีระหว่างกลุ่มประเทศในภูมิภาคนี้

ในปี 2015 ASEAN Economic Community (AEC) ถูกก่อตั้งขึ้นโดยมีเป้าหมายในการพัฒนาให้เกิดตลาดเดียว (Single Market) โดยการเปิดโอกาสให้แข่งขันและขจัดกำแพงการค้า AEC สามารถยกระดับผลผลิตทางเศรษฐกิจของกลุ่ม ASEAN ได้ถึง 7% ในปี 2025 และสามารถสร้างงานได้ถึง 14 ล้านงานเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต

การเพิ่มทุนเพื่อกระตุ้นการเติบโต

SEA ได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาลจากโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหญ่ยักษ์ของจีนในนาม One Belt, One Road จีนเป็นผู้นำการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ แถบเส้นทางสายไหมเดิมจากจีนตะวันออกไปยังเอเชียกลาง การเพิ่มทุนในการพัฒนาโครงการหลักๆนี้จะช่วยยกระดับและเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจของกลุ่ม SEA ได้

SEA ได้กลายเป็นที่ดึงดูดของนักลงทุนต่างชาติผู้ซึ่งมองเห็นโอกาสการเติบโตของตลาด เมื่อปี 2013 อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ถูกรู้จักในนาม 5 ประเทศในกลุ่ม ASEAN มีมูลค่าการลงทุนจากต่างชาติจำนวน 128.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มากขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ASEAN ยังได้มีการเริ่มต้นโครงการที่เป็น Master Plan สำหรับการเชื่อมโยงกลุ่ม ASEAN เข้าด้วยกัน โดยมี 15 โครงการที่เป็นสิทธิพิเศษรวมถึง the ASEAN Highway Network, the Singapore-Kunming Rail Link, the ASEAN Broadband Corridor and the Mindanao-Bitung (Indonesia) Roll-on Roll-off Network.

นอกเหนือจากนี้ กองทุนโครงสร้างพื้นฐานของ ASEAN ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 2011 เพื่อช่วยเหลือประเทศสมาชิกในเรื่องการเงินสำหรับโครงสร้างพื้นฐานจำเป็น ประมาณการว่ามากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับช่วงปี 2010 ถึง 2020 นั่นรวมถึงการลงทุนสร้างและพัฒนาการขนส่งข้ามประเทศและการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้า

การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญถูกประมาณการไว้ที่ 110 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีจนถึง 2025 พื้นที่หลักของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงการเชื่อมโยงการขนส่งหลายทางเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการขนส่ง โครงสร้างพลังงานพื้นฐาน และที่สำคัญ โครงการที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลการสื่อสาร (infocomm) และเทคโนโลยี

ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี

ในขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวหน้าในด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยีก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งจำเป็นเช่นกัน เพื่อให้เห็นภาพระดับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ภูมิภาคนี้มีการเอินติบโตทางเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็วที่สุดในโลก จำนวนผู้ใช้งานออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 124,000 รายชื่อต่อวันและจะเป็นแบบนี้ต่อเนื่องไปอีก 5ปีข้างหน้า

ความต้องการเหล่านี้ทำให้ผู้คนโหยหาเทคโนโลยีอันล้ำสมัย

แน่นอนว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ในช่วงโอกาสทองของการพัฒนาเศรษฐกิจ มีโอกาสทางธุรกิจมากมายกำลังเกิดขึ้น

ฉันต้องการเข้าร่วมรายการประชาสัมพันธ์งาน

ผู้สมัครเข้าร่วมนี้จะได้รับประโยชน์ ได้รับข้อมูลอัพเดทใหม่ล่าสุดจากงาน

คลิกที่นี่ เพื่อรับข้อมูลข่าวสารจากผู้จัดงาน